ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

หกช่องที่มักปล่อยว่าง และแต่ละช่องทำให้ต้นทุนเพี้ยนไปทางไหน

อัตราการใช้ได้ของวัตถุดิบ ค่าเผื่อคนและเครื่อง ค่าไฟ จำนวนชิ้นต่อกล่อง และต้นทุนคงที่ต่อล็อต: หกช่องที่แทบไม่มีใครกรอก แต่ละช่องดันต้นทุนไปคนละทาง

อัปเดตเมื่อ

หกช่องข้างล่างมีจุดร่วมกันอย่างหนึ่ง: ปล่อยว่างแล้วตารางยังคำนวณออกมาเป็นตัวเลขที่ใช้ได้ ไม่มีคำเตือนอะไร แต่แต่ละช่องดันตัวเลขไปคนละทาง และสามในหกช่องทำให้ต้นทุนดู **ถูกกว่าความจริง** ซึ่งเป็นทางที่อันตราย เพราะไม่มีใครไปตรวจตัวเลขที่ดูดี

ช่องปล่อยว่างแล้วระบบเข้าใจว่าต้นทุนเพี้ยนไปทาง
อัตราการใช้ได้ของวัตถุดิบใช้ได้ 100% ไม่มีสูญเสียถูกกว่าจริง
ค่าเผื่อคน (PFD)คนทำงานต่อเนื่อง ไม่พักถูกกว่าจริง
ค่าเผื่อเครื่องเครื่องเดินต่อเนื่อง ไม่หยุดถูกกว่าจริง
ค่าไฟไม่ใช้ไฟถูกกว่าจริง
จำนวนชิ้นต่อกล่องหนึ่งกล่องใส่ได้หนึ่งชิ้นแพงกว่าหลายเท่า
ต้นทุนคงที่ต่อล็อตไม่มีค่าใช้จ่ายต่อล็อตถูกกว่าจริง
ช่อง «จำนวนชิ้นต่อกล่อง» เป็นช่องเดียวที่เพี้ยนไปทางตรงข้าม และเพี้ยนหนักมาก — กล่องราคา 30 บาทที่ใส่ได้ 20 ชิ้น ถ้าปล่อยว่าง แต่ละชิ้นจะแบก 30 บาทเต็มแทนที่จะเป็น 1.50 บาท

1. อัตราการใช้ได้ของวัตถุดิบ

วัตถุดิบที่ซื้อเข้ามาไม่ได้กลายเป็นสินค้าทั้งหมด ส่วนที่หายไปที่การตัดเฉือน ที่หัวแผ่น ที่ขอบเผื่อ ที่เส้นวัตถุดิบเสีย — ล้วนเป็นเงินที่จ่ายไปแล้ว

ระบบเอาน้ำหนักหารด้วยอัตราการใช้ได้ อัตรายิ่งต่ำ ต้นทุนวัตถุดิบจริงยิ่งสูง ปล่อยว่างคือกรอกว่าใช้ได้ 100% นั่นคือสมมติว่าไม่สูญเสียอะไรเลย

หาตัวเลขจากไหน: น้ำหนักวัตถุดิบที่เบิกจริงสำหรับหนึ่งล็อต หารด้วยน้ำหนักที่อยู่บนจำนวนสินค้าที่ส่งมอบจริง ตัวเลขนี้กระทบยอดกับใบเบิกได้ ต่างจากอัตราที่ประมาณเอา

แยกจากมูลค่าเศษที่ขายได้

สองอย่างนี้ต่างกันและห้ามปน อัตราการใช้ได้บอกว่าวัตถุดิบ **หายไป** เท่าไร มูลค่าเศษบอกว่าส่วนที่หายไปนั้น **ขายคืนหรือใช้ซ้ำ** ได้เท่าไร สินค้าตัวหนึ่งอาจสูญเสีย 15% พร้อมกับเก็บกลับมาได้เกือบทั้งหมดของส่วนที่สูญเสีย

2. ค่าเผื่อสำหรับคน

เวลาที่จับได้ด้วยนาฬิกาคือเวลาทำงานล้วน คนจริงยังต้องพัก ยังต้องเข้าห้องน้ำ ยังมีการขัดจังหวะที่เลี่ยงไม่ได้ — และในกะทำงาน ช่วงเวลาเหล่านั้นยังจ่ายค่าแรงอยู่

ระบบคูณเวลามาตรฐานด้วยหนึ่งบวกค่าเผื่อนี้ ปล่อยว่างคือสมมติว่าคนทำงานต่อเนื่องตลอดกะ ซึ่งไม่เกิดขึ้นที่ไหนเลย

ค่าเผื่อนี้ **ไม่ใช้** กับการกรอกแบบ SAM เพราะ SAM ตามนิยามรวมค่าเผื่อไว้แล้ว บวกอีกครั้งคือนับซ้ำ ระบบข้ามมันให้เองเมื่อคุณเดินทาง SAM

3. ค่าเผื่อสำหรับเครื่องจักร

แนวคิดเดียวกันแต่สำหรับเครื่อง: เครื่องไม่ได้เดินต่อเนื่อง มันหยุดเปลี่ยนมีด หยุดทำความสะอาด หยุดปรับ หยุดรอ ค่าเผื่อนี้ดึงเวลาที่เครื่องถูกใช้จริงขึ้นมาให้ตรงกับความเป็นจริง

มันกระทบสามยอดพร้อมกัน — ค่าเสื่อมราคา ค่าโสหุ้ยโรงงานต่อชั่วโมงเครื่อง และค่าไฟ — เพราะทั้งสามผูกกับเวลาที่เครื่องเดินจริง

หาตัวเลขจากไหน: เทียบชั่วโมงที่เครื่องมีอยู่ในกะ กับชั่วโมงที่เครื่องออกของจริง อ่านจากรายงานเดินเครื่องหรือสมุดส่งกะ

4. ค่าไฟ

สองช่อง: กำลังไฟของเครื่องและราคาต่อหน่วย ระบบคูณกับเวลาที่เครื่องเดินเพื่อออกมาเป็นค่าไฟของยอดผลิตนั้น

หาตัวเลขจากไหน: กำลังไฟอ่านจากป้ายเครื่อง ราคาต่อหน่วยเอาจากใบแจ้งหนี้ — จำไว้ว่าต้องเอาราคาจริงของอัตราที่โรงงานใช้อยู่ ไม่ใช่ราคาขั้นต่ำสุดในตารางอัตรา

ถ้าคุณรวมค่าไฟไว้ในค่าโสหุ้ยโรงงานแล้ว **อย่า** กรอกซ้ำตรงนี้ สองที่พร้อมกันคือนับซ้ำ เลือกที่เดียวแล้วเขียนให้ชัดในส่วนการตรวจสอบว่าเลือกที่ไหน

5. จำนวนชิ้นต่อกล่อง

ช่องนี้เพี้ยนหนักที่สุดในหกช่อง และเพี้ยนไปทางตรงข้ามกับอีกห้าช่อง คุณกรอกราคาของหนึ่งกล่อง ถ้าไม่บอกว่ากล่องนั้นใส่ได้กี่ชิ้น ระบบเข้าใจว่าหนึ่ง

กลไกเดียวกันใช้กับทุกอย่างที่บรรจุเป็นชุด: ถุง ถาด พาเลท ม้วนฟิล์ม กรอกราคาของทั้งหน่วยและจำนวนชิ้นที่มันใส่ได้ การหารปล่อยให้ระบบทำ

บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ — ถาดพลาสติก พาเลทไม้ — ให้หารอีกชั้นด้วยจำนวนรอบหมุนเวียน เหมือนวิธีหารอายุมีด

6. ต้นทุนคงที่ต่อล็อต

หลายยอดไม่ได้คิดต่อชิ้นแต่คิดต่อครั้ง โรงงานรับจ้างข้างนอกเก็บค่าขั้นต่ำต่อล็อต รถหนึ่งเที่ยวมีค่าขนส่งคงที่ไม่ว่าจะบรรทุกเท่าไร การตั้งเครื่องหนึ่งครั้งกินแรงเท่ากันไม่ว่าล็อตใหญ่หรือเล็ก

กรอกสองช่อง: ต้นทุนต่อล็อตและจำนวนชิ้นต่อล็อต ระบบหารลงมาเป็นต่อชิ้น และที่สำคัญกว่านั้น — มันปัดจำนวนครั้ง **ขึ้น** เพราะไม่มีการตั้งเครื่องครึ่งครั้งหรือรถครึ่งเที่ยว

ต้องกรอก **ครบทั้งสองช่อง** ขาดช่องเดียวระบบจะไม่คำนวณ และมันตั้งใจไม่เดาช่องที่เหลือ — การเดาขนาดล็อตคือการสร้างตัวเลขที่ดูเหมือนจริงขึ้นมา

ทำไมหกช่องนี้แทบไม่มีใครกรอก

ไม่ใช่เพราะยาก แต่เพราะปล่อยว่างแล้วไม่เกิดข้อผิดพลาดที่มองเห็นได้: ตารางยังบวก ผลลัพธ์ยังออก ไม่มีบรรทัดเตือนไหนสว่างขึ้น คนกรอกไม่มีทางรู้ว่าตัวเองขาดอะไร

และเพราะห้าในหกช่องทำให้ต้นทุนดู **ถูกกว่าความจริง** มันจึงไม่เผยตัวเองเมื่อมีใครเห็นตัวเลขแปลก ๆ — ตัวเลขที่ถูกกว่าไม่ถูกสงสัย มันแค่ทำให้คนพอใจ

วิธีที่แน่นอนที่สุด: เดินให้ครบหกช่องนี้หนึ่งรอบสำหรับสินค้าตัวแรก แล้วบันทึกตัวเลขของโรงงานตัวเองไว้ ส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนตามตัวสินค้า ทำครั้งเดียวใช้ได้นาน

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

คู่มืออื่นในอุตสาหกรรมนี้

หกช่องที่มักปล่อยว่าง และแต่ละช่องทำให้ต้นทุนเพี้ยนไปทางไหน | costdown.org