ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สูตรคำนวณต้นทุน: สองสูตร ตอบคนละคำถาม

สูตรบัญชีต้นทุนรายงวดกับสูตรต้นทุนต่อหน่วยตอบคนละคำถาม ตารางเทียบสามหมวดบัญชีกับสิบหมวดต้นทุน และเหตุผลว่าทำไมสองตัวเลขต่างกันจึงเป็นเรื่องปกติ

อัปเดตเมื่อ

ค้นหา «สูตรคำนวณต้นทุนการผลิต» จะได้สูตรบัญชีมาตรฐาน แตกต้นทุนสินค้าหนึ่งตัวบน Costdown จะได้ตัวเลขอีกตัวหนึ่ง **ถูกทั้งคู่** — มันตอบคนละคำถาม และการไม่รู้เรื่องนี้คือต้นตอของการเถียงกันจำนวนมากภายในโรงงาน

สองคำถาม สองสูตร

คำถามใครถามใช้ทำอะไร
งวดนี้ผลิตไปเท่าไรฝ่ายบัญชี เจ้าของกิจการงบการเงิน ภาษี ดูกำไรขาดทุนทั้งงวด
สินค้าหนึ่งชิ้นต้นทุนเท่าไรฝ่ายวิศวกรรม ฝ่ายเสนอราคา งานปรับปรุงเสนอราคา เปรียบเทียบ พิสูจน์ผลการปรับปรุง

คำถามแรกมองทั้งงวด รวมทุกสินค้าเข้าด้วยกัน คำถามที่สองมองสินค้าตัวเดียว แยกออกจากทุกอย่าง ไม่มีคำถามไหนหาอีกคำถามหนึ่งได้ด้วยการหารง่าย ๆ

สูตรบัญชีรายงวด

นี่คือสูตรที่คนเจอเมื่อค้นหา และมันรวมต้นทุนตาม **หมวด**:

**ต้นทุนการผลิตรวมในงวด = วัตถุดิบทางตรง + ค่าแรงทางตรง + ค่าโสหุ้ยการผลิต**

แล้วจากต้นทุนของงวดจึงออกมาเป็นต้นทุนของสินค้าที่ **ผลิตเสร็จ** ในงวด:

**ต้นทุนสินค้าสำเร็จรูป = งานระหว่างทำต้นงวด + ต้นทุนการผลิตรวมในงวด − งานระหว่างทำปลายงวด**

สองยอดงานระหว่างทำคือเหตุผลที่สูตรนี้ไม่ใช่การบวกเฉย ๆ สินค้าที่ทำค้างไว้ปลายงวดนี้จะเสร็จในงวดหน้า ต้นทุนของมันจึงต้องยกไปงวดหน้า ไม่นับเข้าต้นทุนของงวดนี้

สูตรต้นทุนต่อหน่วย

Costdown คำนวณจากอีกทางหนึ่ง — บวกสิ่งที่ **สินค้าหนึ่งชิ้น** ใช้ไป ตามลำดับที่มันผ่านโรงงานจริง:

**ต้นทุนต่อหน่วย = วัตถุดิบ + เครื่องจักร + ค่าแรง + เครื่องมือ + ของเสีย + งานแก้ไข + งานจ้างนอก + บรรจุภัณฑ์ + ค่าขนส่ง + ค่าโสหุ้ย − มูลค่าที่เก็บกลับได้**

มูลค่าที่เก็บกลับได้เป็น **ยอดหักเพียงยอดเดียว** ในทั้งสูตร — เศษกลึง เศษปลาย เม็ดพลาสติกบดที่ขายได้ หมวดอื่นบวกเข้าทั้งหมด นั่นจึงเป็นบรรทัดที่ถูกหักซ้ำง่ายที่สุด และบทความตามอุตสาหกรรมหลายบทเตือนเรื่องนี้แยกไว้

ในสูตรนี้ไม่มีงานระหว่างทำ เพราะมันไม่ได้มองเป็นงวด มันคำนวณสินค้าที่ทำเสร็จแล้วหนึ่งชิ้น

เทียบกัน: สามหมวดบัญชีกับสิบหมวดต้นทุน

สิบหมวดไม่ได้ขัดกับสามหมวดบัญชี — มัน **ละเอียดกว่า** ตารางข้างล่างคือสะพานเชื่อม:

หมวดบัญชีหมวดที่ตรงกันใน Costdown
วัตถุดิบทางตรง1. วัตถุดิบ (และยอดหักมูลค่าที่เก็บกลับได้)
ค่าแรงทางตรง3. ค่าแรง
ค่าโสหุ้ยการผลิต2. เครื่องจักร · 4. เครื่องมือ · 10. ค่าโสหุ้ยโรงงาน
แล้วแต่วิธีบันทึกบัญชีของแต่ละกิจการ5. ของเสีย · 6. งานแก้ไข · 7. งานจ้างนอก
โดยทั่วไปอยู่นอกต้นทุนการผลิต8. บรรจุภัณฑ์เพื่อขาย · 9. ค่าขนส่งส่งมอบ
ตารางนี้มีไว้ **เทียบ** ไม่ใช่คู่มือบันทึกบัญชี กิจการของคุณจะลงยอดไหนในบัญชีใดเป็นเรื่องของฝ่ายบัญชีฝั่งคุณ — บทความนี้ไม่แนะนำ เพียงชี้ว่าสองฝั่งตรงกันตรงไหน

ทำไมสองตัวเลขต่างกัน — และทำไมนั่นคือเรื่องปกติ

ตรงนี้คือจุดที่เถียงกันมากที่สุด: คุณเอาตัวเลขจาก Costdown ไปเทียบกับ «ต้นทุนการผลิต» ในสมุดบัญชี เห็นว่าไม่ตรง แล้วสรุปว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งคำนวณผิด ส่วนใหญ่ **ไม่มีฝั่งไหนผิด** — ขอบเขตของมันต่างกัน

  1. สองบรรทัดท้ายของตารางข้างบน บรรจุภัณฑ์เพื่อขายและค่าขนส่งส่งมอบ หลายกิจการไม่นับเข้าต้นทุนการผลิต แต่มันเป็นต้นทุนจริงของสินค้า Costdown จึงยังนับ
  2. งานระหว่างทำ บัญชียกต้นทุนงานค้างไปงวดหน้า ต้นทุนต่อหน่วยไม่มีแนวคิดนั้น
  3. การปันส่วนค่าโสหุ้ย บัญชีปันตามเกณฑ์ของทั้งงวด ต้นทุนต่อหน่วยปันตามเกณฑ์ที่คุณเลือกให้สินค้าตัวนั้น
  4. ขอบเขตของสินค้า สมุดบัญชีรวมทุกรหัสสินค้าในงวด ต้นทุนต่อหน่วยแยกออกมาทีละรหัส
วิธีจัดการที่ถูกต้องไม่ใช่การบีบสองตัวเลขให้เท่ากัน แต่คือ **เขียนขอบเขตให้ชัด** ในส่วนการตรวจสอบ: ตารางของคุณนับบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งหรือไม่ ค่าโสหุ้ยปันด้วยเกณฑ์อะไร คนอ่านตารางจะเทียบเองได้

เมื่อไรใช้สูตรไหน

งานที่ต้องทำใช้สูตรไหน
จัดทำงบการเงิน ยื่นภาษีบัญชีรายงวด — เป็นสูตรที่มาตรฐานการบัญชีกำหนด
เสนอราคาให้ลูกค้าต้นทุนต่อหน่วย — ลูกค้าซื้อสินค้าหนึ่งชิ้น ไม่ได้ซื้อหนึ่งงวด
พิสูจน์ว่าการปรับปรุงประหยัดได้เท่าไรต้นทุนต่อหน่วย ก่อนและหลัง ในขอบเขตเดียวกัน
เทียบกับโรงงานอื่นต้นทุนต่อหน่วย — เพราะงวดบัญชีของสองฝ่ายไม่เหมือนกัน

สามงานท้ายคือเหตุผลที่ Costdown มีอยู่ สูตรบัญชีทำสามงานนั้นไม่ได้ — ไม่ใช่เพราะมันด้อยกว่า แต่เพราะมันถูกออกแบบมาตอบคำถามอื่น

สามจุดที่มักพลาดเมื่อเอาสองสูตรมาปนกัน

  1. เอาต้นทุนการผลิตรวมทั้งงวดหารด้วยยอดผลิตทั้งงวด แล้วเรียกว่าต้นทุนต่อชิ้น ถูกเฉพาะกรณีที่ทั้งงวดทำสินค้ารหัสเดียว ซึ่งแทบไม่เกิด
  2. เอาอัตราค่าโสหุ้ยของงวดนี้ไปใช้กับสินค้าที่ผลิตในงวดที่ยอดผลิตต่างกันมาก ค่าโสหุ้ยเดินตามเวลา มันจึงต้องหารด้วยยอดผลิตของงวดนั้นเอง
  3. เทียบตารางที่นับบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่ง กับตารางที่ไม่นับ แล้วสรุปว่าอีกฝ่ายมีประสิทธิภาพกว่า นั่นคือผลต่างของขอบเขต ไม่ใช่ผลต่างของความสามารถ

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

คู่มืออื่นในอุตสาหกรรมนี้

สูตรคำนวณต้นทุน: สองสูตร ตอบคนละคำถาม | costdown.org