ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำนวณต้นทุนการเลี้ยงสัตว์: อัตราแลกเนื้อสำคัญกว่าราคาอาหาร

ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ขึ้นกับปริมาณอาหารที่ใช้ต่อน้ำหนักที่เพิ่ม 1 กิโลกรัม (อัตราแลกเนื้อ) มากกว่าราคาอาหาร สัตว์ตายต่างจากของเสียตรงที่เอาอะไรคืนไม่ได้

อัปเดตเมื่อ

อาหารสัตว์ไม่ใช่ของขายได้เอง สัตว์**แปลงเป็นน้ำหนัก** ประสิทธิภาพการแปลงนี้กำหนดต้นทุนส่วนใหญ่ ทำหน้าที่เหมือนอัตราผลได้ในโรงงาน

หน่วยคือน้ำหนักเพิ่ม 1 กิโลกรัม หรือสัตว์ที่ขาย 1 ตัว ถ้าน้ำหนักตอนลงเลี้ยงไม่เท่ากันสองหน่วยจะให้ภาพต่างกัน ระบุให้ชัด

ลำดับการเลี้ยง

  1. เตรียมโรงเรือนและลงลูกสัตว์
  2. ให้อาหารและน้ำตามช่วงอายุ
  3. ป้องกันโรคและสัตวแพทย์
  4. ชั่งน้ำหนัก
  5. จับขาย (ชั่ง คัดเกรด)
  6. ขนส่ง

สองลักษณะเฉพาะ

1. อัตราแลกเนื้อ

ปริมาณอาหารที่ให้ในช่วงเวลา ÷ น้ำหนักที่เพิ่มจริงของฝูงในช่วงเดียวกัน คำนวณได้จากบันทึกเบิกอาหารและบันทึกชั่งน้ำหนักที่มีอยู่แล้ว

อาหารราคาถูกแต่อัตราแลกเนื้อแย่ ต้นทุนก็ยังสูง

2. สัตว์ตายและคัดทิ้ง — เอาคืนไม่ได้

ของเสียในโรงงานยังขายเศษได้บ้าง แต่สัตว์ที่ตายเสียค่าอาหารและยาที่ลงไปเกือบทั้งหมด ช่วงอนุบาลกับช่วงขุนต่างกันมาก ให้บันทึกแยกตามช่วง

หมวดอื่น

เครื่องจักร (อุปกรณ์โรงเรือน ระบบให้อาหารอัตโนมัติ — ส่วนใหญ่เป็นของฟาร์ม) ค่าแรง (ตามจำนวนตัวที่ดูแลหรือตามกะ) วัสดุสิ้นเปลือง (เข็มฉีดยา เวชภัณฑ์) จ้างภายนอก (สัตวแพทย์ โรงเชือด) งานแก้ไข (แทบไม่มี) บรรจุภัณฑ์ (เฉพาะเมื่อแปรรูปเอง) ขนส่ง (รถขนสัตว์มีชีวิต) ค่าใช้จ่ายทั่วไป (ค่าเสื่อมโรงเรือน **การจัดการมูลสัตว์และน้ำเสีย** — มักสูงกว่าโรงงานขนาดเดียวกัน)

หลักฐานที่มีอยู่แล้ว

  • บันทึกเบิกอาหาร (รายวัน รายโรงเรือน)
  • บันทึกชั่งน้ำหนัก
  • บันทึกวัคซีนและยา
  • บันทึกสัตว์ตายและคัดทิ้ง

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

ขั้นต่อไป

อ่านจบแล้ว วิธีเร็วที่สุดที่จะรู้ตัวเลขของคุณเองคือลองกรอกดู ไม่ต้องสมัคร ไม่มีการบันทึกอะไร

ลองคำนวณด้วยตัวเลขของคุณ

และถ้าอ่านแล้วนึกได้ว่าเรื่องนี้คุณทำมาแล้ว ฝากไว้ที่นี่ คนต่อไปจะได้ไม่ต้องเดินทางเดิมอีกครั้ง

เผยแพร่กรณีศึกษา
คำนวณต้นทุนการเลี้ยงสัตว์: อัตราแลกเนื้อสำคัญกว่าราคาอาหาร | costdown.org