ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำนวณต้นทุนตัดไม้: ค่าสัมปทานไม้ยืนต้นและการชักลากไม้

การตัดไม้ไม่มีวัตถุดิบที่ซื้อ ค่าไม้ยืนต้นหรือค่าเช่าที่ป่าตัดจำหน่ายตามปริมาตรไม้ และการชักลากต้องแยกตามสภาพพื้นที่

อัปเดตเมื่อ

ไม้ได้จากป่า ไม่ได้ซื้อ คล้ายเหมืองแร่แต่ป่าปลูกใหม่ได้ ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวก้อนใหญ่สุดจึงไม่ใช่การขุดเจาะ แต่เป็น**ค่าไม้ยืนต้นหรือค่าเช่าที่ป่า** หน่วยคือไม้ซุง 1 ลูกบาศก์เมตร

ลำดับงาน

  1. สำรวจปริมาตรและขออนุญาต
  2. ทำทางชักลาก
  3. โค่นไม้
  4. ชักลากถึงหมอนไม้
  5. ตัดท่อน คัดขนาด
  6. ขึ้นรถ
  7. ขนออกจากป่าถึงลานไม้หรือโรงเลื่อย

สองลักษณะเฉพาะ

1. ค่าไม้ยืนต้น — ตัดจำหน่ายตามปริมาตร

ค่าไม้ยืนต้นของหนึ่งแปลงเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่สูง เหมือนค่าเจาะหลุมน้ำมัน ให้หารด้วย**ปริมาตรไม้ที่ประเมินได้ (ลูกบาศก์เมตร)** ของแปลงนั้น ไม่ใช่จำนวนปี

2. การชักลาก — ต้นทุนเปลี่ยนตามพื้นที่

ระยะและความลาดชันจากจุดโค่นถึงหมอนไม้ต่างกันในแต่ละแปลงย่อย อย่ารวมการโค่นกับการชักลากเป็นแถวเดียว แยกตามแปลงย่อยจะเห็นว่าควรปรับวิธีขนที่ไหน

หมวดอื่น

เครื่องจักร (เลื่อยยนต์ รถชักลาก — ส่วนใหญ่เป็นของตัวเอง) ค่าแรง (ทีมโค่น ทีมชักลาก) ของเสีย (ไม้ไม่ได้ขนาดที่ทิ้งในป่า — คุมด้วยปริมาตรที่ขนออกจริง ÷ ปริมาตรที่สำรวจ) วัสดุสิ้นเปลือง (โซ่เลื่อย สลิง) จ้างภายนอก (สำรวจปริมาตร เหมาชักลากพื้นที่ยาก) งานแก้ไข (แทบไม่มี) บรรจุภัณฑ์ (ไม่มี) ขนส่ง (ช่วงทางในป่าแพงกว่าถนนใหญ่ แยกคิด) ค่าใช้จ่ายทั่วไป (ดูแลป่า ป้องกันไฟ ปลูกทดแทน)

หลักฐานที่มีอยู่แล้ว

  • ผลสำรวจปริมาตรก่อนตัด
  • ใบอนุญาตและสัญญาซื้อขายไม้
  • ปริมาณโค่นและชักลากรายวัน
  • บันทึกวัดไม้ที่หมอนไม้

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

ขั้นต่อไป

อ่านจบแล้ว วิธีเร็วที่สุดที่จะรู้ตัวเลขของคุณเองคือลองกรอกดู ไม่ต้องสมัคร ไม่มีการบันทึกอะไร

ลองคำนวณด้วยตัวเลขของคุณ

และถ้าอ่านแล้วนึกได้ว่าเรื่องนี้คุณทำมาแล้ว ฝากไว้ที่นี่ คนต่อไปจะได้ไม่ต้องเดินทางเดิมอีกครั้ง

เผยแพร่กรณีศึกษา
คำนวณต้นทุนตัดไม้: ค่าสัมปทานไม้ยืนต้นและการชักลากไม้ | costdown.org