ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำนวณต้นทุนเหมืองแร่: อัตราส่วนเปิดหน้าดินกำหนดต้นทุนส่วนใหญ่

เหมืองแร่ไม่มีวัตถุดิบที่ซื้อเข้ามา ตัวขับต้นทุนใหญ่ที่สุดคืออัตราส่วนเปิดหน้าดิน ซึ่งปันเข้าทั้งเครื่องจักรและค่าแรง หางแร่ทำหน้าที่แทนของเสีย

อัปเดตเมื่อ

แร่ขุดจากใต้ดิน ไม่ได้ซื้อ หน่วยคือตันแร่ดิบ (ก่อนแต่งแร่) หรือตันหัวแร่ (หลังแต่งแร่) ต้องระบุให้ชัดว่าคิดจุดไหน

ลำดับการทำเหมือง

  1. สำรวจ
  2. เปิดหน้าดิน (ดินปกคลุม หินทิ้ง)
  3. เจาะ ระเบิด ตัก
  4. ขนภายในเหมือง
  5. บดและแต่งแร่
  6. ขนส่งออก
  7. ฟื้นฟูพื้นที่

ปัญหาหลัก: อัตราส่วนเปิดหน้าดิน

ปริมาณหินทิ้งที่ต้องขุดออกเพื่อได้แร่หนึ่งหน่วย การเปิดหน้าดินไม่ได้สร้างของขายได้ แต่ใช้ชั่วโมงเครื่องจักรและคนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่หมวดแยก แต่เป็นการแบ่งชั่วโมงเครื่องจักรและค่าแรงเป็น "เปิดหน้าดิน" กับ "ขุดแร่"

ถ้าไม่แยกแล้วรวมเป็นต่อตันแร่ เมื่อบ่อลึกขึ้นและอัตราส่วนเพิ่ม ต้นทุนจะขึ้นโดยมองไม่เห็นสาเหตุ ทั้งที่วิธีทำงานไม่เปลี่ยน

10 หมวดต้นทุน

วัสดุ (เหลือแค่วัตถุระเบิดและสารเคมีแต่งแร่) เครื่องจักร (เครื่องเจาะ รถบรรทุกเหมือง รถตัก เครื่องบด — ส่วนใหญ่เป็นของบริษัท แยกชั่วโมงเปิดหน้าดินกับขุดแร่) ค่าแรง (แยกเช่นเดียวกัน) หางแร่ (แทนของเสีย ควบคุมด้วยอัตราการได้คืน = หัวแร่ ÷ แร่ดิบที่ป้อน) วัสดุสิ้นเปลือง (ดอกเจาะ แผ่นบุ ยางรถเหมืองราคาสูงมาก) จ้างภายนอก (เจาะสำรวจ งานระเบิด) งานแก้ไข (แต่งหางแร่ซ้ำ) บรรจุภัณฑ์ (แร่เทกองแทบไม่มี) ขนส่ง (ถึงท่าเรือหรือโรงถลุง เหมืองไกลจะสูง) ค่าใช้จ่ายทั่วไป (บริหารเหมือง ความปลอดภัย และเงินกันไว้ฟื้นฟูพื้นที่)

เอกสารที่ใช้เป็นหลักฐาน

  • รายงานประจำวัน (ปริมาณเปิดหน้าดิน ปริมาณแร่)
  • ผลวิเคราะห์เกรดแร่ก่อนและหลังแต่งแร่
  • บันทึกการใช้วัตถุระเบิดและสารเคมี
  • บันทึกเงินกันไว้ฟื้นฟู

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

ขั้นต่อไป

อ่านจบแล้ว วิธีเร็วที่สุดที่จะรู้ตัวเลขของคุณเองคือลองกรอกดู ไม่ต้องสมัคร ไม่มีการบันทึกอะไร

ลองคำนวณด้วยตัวเลขของคุณ

และถ้าอ่านแล้วนึกได้ว่าเรื่องนี้คุณทำมาแล้ว ฝากไว้ที่นี่ คนต่อไปจะได้ไม่ต้องเดินทางเดิมอีกครั้ง

เผยแพร่กรณีศึกษา
คำนวณต้นทุนเหมืองแร่: อัตราส่วนเปิดหน้าดินกำหนดต้นทุนส่วนใหญ่ | costdown.org