คำนวณต้นทุนคลังสินค้า: หน่วยคือ "พื้นที่ × เวลา"
ต้นทุนคลังสินค้าไม่ได้ผูกกับการแปรรูปสินค้า แต่ผูกกับพื้นที่ที่ใช้และระยะเวลาจัดเก็บ สินค้าสูญหายในคลังคือของเสียที่เกิดขณะไม่มีใครแตะสินค้า
ต้นทุนคลังไม่ได้อยู่ที่การ**เปลี่ยน**สินค้า แต่อยู่ที่การเก็บสินค้าไว้เหมือนเดิมใน**พื้นที่และเวลา**หนึ่ง สองอย่างนี้ต้องคูณกัน หน่วยคือ 1 ลูกบาศก์เมตร (หรือ 1 พาเลท) × 1 เดือน
ลำดับงาน
- รับสินค้าและตรวจนับ
- จัดเก็บ (ชั้นวาง ชั้นสูง)
- ควบคุมสต็อก
- หยิบสินค้าตามคำสั่ง
- แพ็กใหม่
- จ่ายสินค้าออก
สองลักษณะเฉพาะ
1. พื้นที่ × เวลา
พื้นที่ที่ใช้คูณเวลาที่เก็บ จึงได้ต้นทุนจริงของล็อตนั้น ล็อตเล็กที่เก็บนานอาจแพงพอกับล็อตใหญ่ที่เก็บสั้น
2. สินค้าสูญหาย — เกิดตอนไม่มีใครแตะ
หาย แตก หมดอายุ ไม่ได้เกิดจากกระบวนการผลิตผิด แต่เกิดจากระยะเวลาเก็บและสภาพการเก็บ (อุณหภูมิ ความชื้น การกระแทกตอนยกย้าย)
หมวดอื่น
วัสดุ (ชั้นวาง พาเลท วัสดุแพ็กใหม่ — นับเป็นชิ้นหรือชุด ไม่ใช่น้ำหนัก) เครื่องจักร (รถโฟล์คลิฟท์ ระบบคลังอัตโนมัติ — ของบริษัทหรือเช่าระยะยาว) ค่าแรง (ต่อรายการรับจ่าย) วัสดุสิ้นเปลือง (เทป สายรัด) จ้างภายนอก (นับสต็อก ทำลายสินค้าหมดอายุ) งานแก้ไข (แพ็กใหม่เมื่อกล่องเสียหายแต่ของข้างในดี) ขนส่ง (ยกย้ายในคลัง) ค่าใช้จ่ายทั่วไป (**ค่าเช่าหรือค่าเสื่อมคลัง** — ปกติเป็นหมวดใหญ่สุดของธุรกิจนี้)
หลักฐานที่มีอยู่แล้ว
- ใบรับและจ่ายสินค้า
- บันทึกการนับสต็อก (ผลต่างบัญชีกับของจริง)
- สัญญาเช่าคลัง
- บันทึกสินค้าเสียหายและหมดอายุ
คู่มือที่เกี่ยวข้อง
- คำนวณต้นทุนขนส่งสินค้า: รถและน้ำมันเป็นหลัก อย่าลืมเที่ยวตีรถเปล่า
แยกต้นทุนขนส่งสินค้าทางถนนครบ 10 หมวด ค่าเสื่อมรถและน้ำมันเป็นก้อนใหญ่ ถ้าไม่รวมเที่ยวกลับรถเปล่า ต้นทุนต่อเที่ยวจะต่ำกว่าจริงมาก
- สิบหมวดต้นทุนการผลิต เรียงตามลำดับการผลิต
สิบหมวดที่ Costdown ใช้คำนวณต้นทุนสินค้า — วัตถุดิบ เครื่องจักร แรงงาน เครื่องมือ ของเสีย งานแก้ไข งานส่งนอก บรรจุภัณฑ์ การขนส่ง ค่าโสหุ้ยโรงงาน — พร้อมสูตรและตัวอย่างของแต่ละหมวด
ขั้นต่อไป
อ่านจบแล้ว วิธีเร็วที่สุดที่จะรู้ตัวเลขของคุณเองคือลองกรอกดู ไม่ต้องสมัคร ไม่มีการบันทึกอะไร
ลองคำนวณด้วยตัวเลขของคุณ →และถ้าอ่านแล้วนึกได้ว่าเรื่องนี้คุณทำมาแล้ว ฝากไว้ที่นี่ คนต่อไปจะได้ไม่ต้องเดินทางเดิมอีกครั้ง
เผยแพร่กรณีศึกษา →